วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2553

การศึกษาปรางค์บ้านปรางค์ บูรณาการกับวิชาชีววิทยา ในบทที่ 6 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย
เรื่อง ระบบหายใจ กับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย
หัวข้อ โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน

- การสูดลมหายใจ
เพื่อรักษาดุลยภาพของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเจนในเซลล์และในร่างกายคน จึงมีการสูดลมหายใจเข้าและออกตลอดเวลา แสดงว่าความดันของอากาศภายในปอดมีการเปลี่ยนแปลง
จะเห็นว่าขณะที่สูดลมหายใจเข้ากระดูกซี่โครงยกสูงขึ้นและเมื่อปล่อยลมหายใจออกกระดูกซี่โครงจะลดต่ำลง
การหายใจเข้าและการหายใจออก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันของอากาศภายในปอด โดยการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อกะบังลมและกล้ามเนื้อที่ยึดกระดูกซี่โครงแถบนอก
จำนวนครั้งของการหายใจในขณะพักของผู้ใหญ่ปกติประมาณ 12-16 ครั้งต่อนาที
ปริมาณของอากาศที่หายใจเข้าปกติ แต่ละครั้งมีประมาณ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ถ้ามีการบังคับให้มีการหายใจเข้าเต็มที่มากที่สุด
ภายนอกบริเวณโดยรอบปราสาทมีสภาพที่เต็มไปด้วยป่า ,ต้นไม้ และทุ่งนา สภาพอากาศค่อนข้างเย็นสบาย ร่มรื่น รอบปราสาทมีบึงน้ำล้อมรอบมีพืชและสัตว์น้ำอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ เหตุผลที่บริเวณโดยรอบปราสาทมีสภาพอากาศเช่นนั้น เนื่องจากที่บริเวณป่าไม้มีการแลกเปลี่ยนแก๊ส มีปริมาณ สูง จึงรู้สึกเย็นหายใจได้สะดวก มีอากาศ เข้าไปในปอดมากขณะหายใจ
ภายในปราสาทประกอบด้วยหินศิลาแลง สภาพเก่าแก่วางซ้อนกัน ปิดทึบ และมีต้นไม้ขนาดเล็กเกิดขึ้นแทรกตามซอกหิน ในขณะที่อยู่ภายในปราสาทรู้สึกได้ถึงการหายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด เนื่องจากมีสภาพคับแคบ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก มีปริมาณ น้อย เพราะไม่ค่อยมีต้นไม้ จึงทำให้หายใจลำบาก ถ้าอยู่ในปราสาทเป็นเวลานาน

- การควบคุมการหายใจ
การหายใจโดยการกลั้นหายใจ หรือหายใจยาวและลึกได้ จะสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น การหายใจจะสัมพันธ์กับการรักษาสภาวะสมดุลของร่างกาย กลไกควบคุมการหายใจจะเกี่ยวข้องกับปราสาทโดยมีการควบคุม 2 ส่วน คือ
1. การควบคุมอัตโนวัติ ซึ่งเป็นการหายใจที่ไม่สามารถบังคับได้ ส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ทำให้การหายใจเข้า-ออก เกิดขึ้นได้อย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอทั้งในยามหลับและยามตื่น
2. การควบคุมภายใต้อำนาจจิตใจ ซึ่งเป็นการหายใจที่สามารถบังคับได้ หรือปรับการหายใจให้เหมาะสมกับพฤติกรรมต่างๆของร่างกาย เช่น การพูด การร้องเพลง การเล่นเครื่องดนตรีประเภทเป่า การว่ายน้ำ การดำน้ำหรือการกลั้นหายใจได้
เนื่องจากสภาพภายในปราสาท มีอากาศไม่ถ่ายเท มีปริมาณ น้อย เป็นไปได้ยากที่จะมีการหายใจเข้า-หายใจออกได้อย่างเต็มที่ การหายใจติดขัดมีการกลั้นหายใจในบางครั้ง เนื่องจากภายในตัวปราสาทมีกลิ่นอับและมีอากาศที่ไม่พึงประสงค์ จึงเกี่ยวข้องกับการควบคุมการหายใจ แบบควบคุมภายใต้อำนาจจิตใจ เพราะสามารถบังคับการหายใจเข้าออก-หายใจออกได้

- ผิวหนังกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย
ผิวหนังจะเป็นส่วนที่กั้นสิ่งแวดล้อมภายนอกออกจากสภาวะแวดล้อมภายในร่างกาย ผิวหนังจึงมีหน้าที่รักษาดุลยภาพให้คงที่เมื่อสภาพแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลง หน้าที่ของผิวหนังมีหลายอย่าง เช่น ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย รักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ มีปลายประสาทรับความรู้สึกจำนวนมากและยังช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายจะมีหน่วยรับความรู้สึกเกี่ยวกับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมอยู่ที่ผิวหนัง เมื่อสภาพแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิในร่างกายมากๆ ความร้อนในร่างกายก็จะระบายออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็วกว่าปกติ ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน อุณหภูมิของร่างกายลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกาย ทำให้ดุลยภาพของร่างกายเสียไป ร่างกายจึงต้องมีกลไกควบคุมอุณหภูมิ กล้ามเนื้อที่ผิวหนังจะหดตัวทำให้ขนตั้งชันที่เรียกว่า ขนลุก และถ้าอุณหภูมิของร่างกายลดลงอีก กล้ามเนื้อบางส่วนของร่างกายจะหดและคลายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อผลิตความร้อนให้แก่ร่างกาย การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วทำให้เกิดอาการสั่นได้
เนื่องจากสภาพนอกปราสาท ถ้าเรายืนอยู่บริเวณกลางแจ้ง ไม่ได้อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่ร่มรื่น จะเกิดความรู้สึกร้อน เกี่ยวข้องคือการรักษาดุยลภาพของร่างกายให้คงที่ จะมีปลายประสาทรับความรู้สึกจำนวนมากและช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกร้อน เมื่ออยู่นอกปราสาทและมีเหงื่อออกบริเวณรูขุมขน
ส่วนภายในปราสาท ถ้าเราอยู่ในปราสาทจะรู้สึกได้ถึงความเย็นชื้น มีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณภายนอกปราสาท เนื่องจากได้รับแสงแดด ที่จะทำให้อุณหภูมิภายในปราสาทสูงขึ้น เกี่ยวข้องคือร่างกายมีหน่วยรับความรู้สึกเกี่ยวกับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมอยู่ที่ผิวหนัง เมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำกว่าอุณหภูมิในร่างกายเกิดการระบายความร้อนในร่างกาย กล้ามเนื้อที่ผิวหนังหดตัวทำให้ขนตั้งชั้นเรียกว่า “ขนลุก”

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา

รู้และเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญของโบราณวัตถุ โบราณสถานในท้องถิ่น ร่วมกันอนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีในท้องถิ่น
สรุปผลการศึกษา

ได้ทราบประวัติความเป็นมาและความสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน และ หลักฐานทางโบราณคดีของปรางค์บ้านปรางค์ และนำข้อมูลที่ได้ทราบไปเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จักและยังเป็นการช่วยให้บุคคลที่ได้รับข้อมูลเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์โบราณสถานโบราณวัตถุของชาติ
วิธีการดำเนินการศึกษา

1. ลงสำรวจในพื้นที่ในหมู่บ้านปรางค์ว่ามีแหล่งโบราณสถานที่สำคัญในท้องถิ่นที่ไหนบ้าง
2. ดำเนินการสอบถามข้อมูลและสัมภาษณ์บุคคลผู้รู้ภายในหมู่บ้านปรางค์และบันทึกข้อมูลที่ได้ทำการสอบถามและสัมภาษณ์ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมภาพโบราณสถาน
3. รวบรวมข้อมูลแล้วนำไปเผยแพร่ในเว็บ gotoknow.org
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

โครงงานเรื่องปรางค์บ้านปรางค์นี้ริเริ่มจากกลุ่มของข้าพเจ้าได้มีความคิดที่อยากจะศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ จึงเกิดเป็นโครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
จุดประสงค์

- ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปรางค์บ้านปรางค์ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต
- ต้องการศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของปรางค์บ้านปรางค์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
- ต้องการอนุรักษ์และเผยแพร่โบราณสถานที่มีอยู่ในท้องถิ่น
บุคคลสำคัญในบ้านปรางค์

ชื่อ นายสุเวช แทนสูงเนิน
เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2482
ที่อยู่ปัจจุบัน 103 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
.....................................................................................................
ชื่อ นายพรมมา ปักอินทรีย์
เกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485
ที่อยู่ 1 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
.................................................................................................
ชื่อ นายพัด บุญอิสระเสรี
เกิดวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2479
ที่อยู่ 102 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
.....................................................................................................
ชื่อ นายแบน แทนสูงเนิน
เกิดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485
ที่อยู่ 99 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
.....................................................................................................
ชื่อ นายปรีชา ดุลกลาง
เกิดวันที่ 26 มีถุนายน พ.ศ. 2483
ที่อยู่ 105 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
....................................................................................................
ชื่อ นายบุญมา ผ่องแผ้ว
เกิดวันที่ พ.ศ. 2498
ที่อยู่ 115 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
...................................................................................................
ชื่อ นายโหน จันดี
เกิดวันที่ พ.ศ. 2495
ที่อยู่ 104 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
..................................................................................................
ประวัติผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถาน โบราณวัตถุ (ปรางค์บ้านปรางค์)

ชื่อ นายสุเวช แทนสูงเนิน

เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2482

ที่อยู่ปัจจุบัน 103 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดจาก โรงเรียนบ้านหนองพลอง

ได้รับวุฒิการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

อาชีพปัจจุบัน ทำการเกษตร
บทสัมภาษณ์ของนายสุเวช แทนสูงเนิน
- ความเป็นมาของปรางค์บ้านปรางค์
ปรางค์กู่เป็นโบราณสถาน หินที่อยู่บริเวณปรางค์กู่เป็นโบราณวัตถุ ซึ่งโบราณสถานจะมีคูดินหล้อมลอบทั้งสี่ด้าน สามารถทำกินในพื้นดินบริเวณนั้นได้แต่ไม่สามารถออกโฉนดได้

ปรางค์บ้านปรางค์เป็นทางผ่านจากปราสาทหินพิมายไปปราสาทเมืองต่ำ โดยที่หินแต่ล่ะก้อนที่เป็นหินที่มาจากเขาที่จอดกัน ซึ่งเขานั้นอยู่ที่อำเภอโนนดินแดง อยู่ระหว่างเขาใหญ่

ปรางค์บ้านปรางค์เป็นโรงพยาบาลที่คนผ่ายไปผ่านมาได้พักรักษาหรือเรียนกว่า อโรคยาศาล หรือเรียกอีกอย่างว่า ปรางค์กู่หรือกู่ฤๅษี

หินที่อยู่รอบๆปราสาทที่เขาไม่นำก่อกันเป็นปราสาทที่เขาไม่นำมาก่อกันเป็นปราสาทให้หมด เพราะแต่ก่อนเขาก็ไม่ได้เอาขึ้นเพราะสร้างปรางค์ไม่เสร็จ ซึ่งบางคนตายไปในช่วงการก่อสร้างปรางค์ ปรางค์กู่กับปราสาทหินพิมายเป็นคู่แข่งในการสร้าง แต่ในการก่อสร้างถ้าที่ไหนสร้างเสร็จก่อนก็จะชูป้ายสีแดงขึ้นบนฟ้าเพื่อแสดงว่าสร้างเสร็จก่อนอีกฝ่ายจะได้ไม่สร้างต่อไป แต่ในครั้งนี้ปราสาทหินพิมายชูป้ายสีแดงขึ้นก่อนเพื่อแสดงว่าสร้างเสร็จแล้วจึงทำให้ปรางค์ไม่สร้างต่อ ดังนั้นหินที่กองอยู่จึงไม่มีตำแหน่งที่จะขึ้นวาง

ในปรางค์กู่จะมีพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ คือ องค์เล็ก องค์กลาง องค์ใหญ่ ซึ่งตอนนี้นำไปไว้ที่กรมศิลปากร พิมาย พระพุทธรูปของปรางค์กู่จะมีปากแดงทั้ง 3 องค์ พระพุทธรูปเป็นหินสีเขียวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังไม่เขียวถึงกับมรกต แล้วก็คอขาดทั้งสามองค์ เป็นแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่พอพบเห็นแล้วทางกรมศิลปากรก็ได้นำมาประกอบกันเพื่อให้เป็นพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ พบพระพุทธรูปอยู่ในหลุมที่มีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร โดนที่มีก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งทับปากหลุมอยู่ พอเปิดก้อนหินออกเกิดพบพระพุทธรูปทันที พบอยู่บริเวณหน้าประตูทางด้านทิศตะวันออกของปรางค์กู่ ประมาณ 9,000,000 - 10,000,000 บาท ของกรมศิลปากร พอขุดพบได้ประมาณ 20 นาที ผู้อำนวยการกรมศิลปากรก็นำกลับไปไว้ที่กรมศิลปากรที่ 12 พิมาย

- ขนาดความกว้างของพระพุทธรูปประมาณเท่าไหร่ค่ะ
องค์เล็กประมาณ 20 เซนติเมตร
องค์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร
องค์ใหญ่ประมาณ 40 เซนติเมตร

- บริเวณปรางค์บ้านปรางค์เป็นที่ดินของใครหรอค่ะ
เป็นที่ดินของประเทศ และเป็นที่ควบคุมและดูแลของกรมศิลปากร

- ไม่สามารถใส่ตงไหนได้เลยหรอค่ะ
ใช่ เพราะตำแหน่งของหินไม่มี แต่ตอนที่เขามาบูรณะ บูรณะทั้งวันได้ไม่ถึงก้อน แล้วหินแต่ละก้อนก็มีเบอร์หรือขนาดของมันเอง ในการทำความสะอาดหินในปรางค์ใช้เวลาเกือบปีก็ยังไม่เสร็จใช้
เคยมีผู้รับเหมาทำความสะอาด ซึ่งคนนั้นใช้มีดถางหญ้าใกล้ๆกับหิน แต่ความจริงแล้วห้ามเอามีมาถางหญ้าบริเวณใกล้กับหิน เพราะถ้ามีดโดนหินแตกแค่นิดเดียวก็จะทำให้หินต่อกันไม่ได้ ดังนั้นต้องค่อยๆถอนหญ้าบริเวณนั้นทีละนิด ถ้ามีฝุ่นก็ใช้แปรงปัดฝุ่นค่อยๆปัดออก จะทำความสะอาดในเวลานานก็ได้แต่ห้ามทำให้โบราณวัตถุชำรุด ถ้าหินชำรุดก็จะไม่สามารถต่อกันได้อีก

- ตาไปดูแลปรางค์ยังไงค่ะ แล้วปกติตาไปดูแลปรางค์ยังไงและเวลาไหนค่ะ
คณะ อสมส. จะไปดูแลเป็นประจำ ตาก็จะไปดูแลทุกวัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับปรางค์กู่เช่นมีคนบุกรุกเพื่อหาโบราณวัตถุ ตาก็จะไปบอกเขาดีๆถ้าเขาไม่ฟังก็แจ้งตำรวจและแจ้งกรมศิลปากร

- ใช้งบประมาณในการบูรณะปรางค์ประมาณเท่าไหร่ค่ะ
งบประมาณในการทำความสะอาดปรางค์ 3,000,000 บาท งบประมาณในการลิ้อปรางค์ 2,000,000 บาท รวมเป็น 5,000,000 บาท
ความเชื่อของคนในท้องถิ่น

ทุกบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณปรางค์บ้านปรางค์จะปลูกต้นกล้วยไว้หน้าบ้าน เพราะเชื่อกันว่าการปลูกต้นกล้วยไว้หน้าบ้านจะเหมือนเป็นการให้ความเคารพแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองคนภายในบ้านไม่ให้ได้รับอันตราย
ความสำคัญในปัจจุบัน

ใช้เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้าน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 จะมีการทำบุญตักบาตร ประจำทุกปี เพื่อเป็นการสักการบูชา

อาหารที่ใช้เซ่นไหว้
- กล้วยน้ำว้าสุก
- ขนมหวานต่าง ๆ
ความสำคัญในอดีต

ปรางค์บ้านปรางค์มีความสำคัญในอดีต คือ เป็นศาสนสถานประจำโรงพยาบาลเรียกว่า อโรคยาศาล ใช้เป็นที่รักษาผู้คนในอดีต
หลักฐานทางโบราณวัตถุ

พบพระพุทธรูปประติมากรรมหินทราย 3 องค์ ได้แก่
- พระไภสัชยคุร
(มีบริวาร 2 องค์) คือ
- พระสุริยไวโรจนะ
- พระจันทรไวโรจนะ
( ศิลปะขอม แบบบายน ราวพุทธศักราช 1720 -1780 )

ข้อมูลของภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประวัติและความสำคัญ

ปรางค์บ้านปรางค์เป็นศาสนาสถานประจำโรงพยาบาลที่เรียกว่า อโรคยาศาล ในคติศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ประกอบด้วย ปราสาทประธานทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมก่อมุขยื่นด้านหน้าหรือด้านทิศตะวันออก
มีวิหารตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีโคปุระอยู่ทางทิศตะวันออก และมีกำแพงแก้ว ที่สร้างต่อเชื่อมจาก โคปุระ ล้อมรอบ
โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ ประติมากรรมหินทรายรูปพระไภสัชยคุรุ และบริวาร 2 องค์ คือ พระสุริยไวโรจนะ และ พระจันทรไวโรจนะ เป็นรูปเคารพในศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน ศิลปะขอม แบบบายน ( ราวพุทธศักราช 1720 –1780 )
สำนักงานศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ดำเนินการขุดแต่งทางโบราณคดีที่ปรางค์บ้านปรางค์ เมื่อปีงบประมาณ 2545 และดำเนินการบูรณะและ ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ เมื่อปีงบประมาณ 2547

สารบัญ

เรื่อง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
ผลการดำเนินงาน ประวัติและความสำคัญ 1-5
บุคคลสำคัญในบ้านปรางค์ 6-9
บทสัมภาษณ์ของนายสุเวช แทนสูงเนิน 10-12
ประวัติผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรางค์บ้านปรางค์ 13
จุดประสงค์ 14
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 15
วิธีการดำเนินงานการศึกษา 16
สรุปผลการศึกษา 17
ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา 18
คำนำ
โครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ เรื่อง ปรางค์บ้านปรางค์ เป็นการศึกษาแหล่งโบราณวัตถุ เพื่อเป็นการเผยแพร่ ความรู้ทางโบราณสถาน ให้ผู้คนได้รู้จักและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ โดยได้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณสถาน จากการศึกษาจากผู้รู้ภายในหมู่บ้านและอาศัยข้อมูลจากการศิลปากร เป็นหลัก
หวังว่าโครงงานนี้คงจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งโบราณ
โคงงาน
เรื่อง : ปรางค์บ้านปรางค์
คณะผู้จัดทำ
1. นายธนากร เพลินบุญ เลขที่ 9
2. นายพลวัฒน์ ปัตเทสัง เลขที่ 11
3. นางสาวจรรยารัตน์ ซึมรัมย์ เลขที่ 20
4. นางสาววิราวดี ทองอาจ เลขที่ 29
5. นางสาวหนึ่งฤทัย อินทร์เลี้ยง เลขที่ 33
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ศิริพร วีระชัยรัตนา
ปีการศึกษา 2552
โรงเรียนห้วยแถลงพิทยาคม
อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปรางค์บ้านปรางค์

ชื่อเรื่อง : ปรางค์บ้านปรางค์

คณะผู้จัดทำ : 1. นายธนากร เพลินบุญ เลขที่ 9
2. นายพลวัฒน์ ปัตเทสัง เลขที่ 11
3. นางสาวจรรยารัตน์ ซึมรัมย์ เลขที่ 20
4. นางสาววิราวดี ทองอาจ เลขที่ 29
5. นางสาวหนึ่งฤทัย อินทร์เลี้ยง เลขที่ 33
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์ศิริพร วีระชัยรัตนา

ข้อมูลของภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประวัติและความสำคัญ
ปรางค์บ้านปรางค์เป็นศาสนาสถานประจำโรงพยาบาลที่เรียกว่า อโรคยาศาล ในคติศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ประกอบด้วย ปราสาทประธานทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมก่อมุขยื่นด้านหน้าหรือด้านทิศตะวันออก มีวิหารตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีโคปุระอยู่ทางทิศตะวันออก และมีกำแพงแก้ว ที่สร้างต่อเชื่อมจาก โคปุระ ล้อมรอบ โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ ประติมากรรมหินทรายรูปพระไภสัชยคุรุ และบริวาร 2 องค์ คือ พระสุริยไวโรจนะ และ พระจันทรไวโรจนะ เป็นรูปเคารพในศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน ศิลปะขอม แบบบายน ( ราวพุทธศักราช 1720 –1780 ) สำนักงานศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ดำเนินการขุดแต่งทางโบราณคดีที่ปรางค์บ้านปรางค์ เมื่อปีงบประมาณ 2545 และดำเนินการบูรณะและ ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ เมื่อปีงบประมาณ 2547

หลักฐานทางโบราณวัตถุ
พบพระพุทธรูปประติมากรรมหินทราย 3 องค์ ได้แก่
- พระไภสัชยคุร (มีบริวาร 2 องค์) คือ
- พระสุริยไวโรจนะ
- พระจันทรไวโรจนะ
( ศิลปะขอม แบบบายน ราวพุทธศักราช 1720 -1780 )

ความสำคัญในอดีต
ปรางค์บ้านปรางค์มีความสำคัญในอดีต คือ เป็นศาสนสถานประจำโรงพยาบาลเรียกว่า อโรคยาศาล ใช้เป็นที่รักษาผู้คนในอดีต
ความสำคัญในปัจจุบัน
ใช้เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้าน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 จะมีการทำบุญตักบาตร ประจำทุกปี เพื่อเป็นการสักการบูชา อาหารที่ใช้เซ่นไหว้ - กล้วยน้ำว้าสุก - ขนมหวานต่าง ๆ
ความเชื่อของคนในท้องถิ่น
ทุกบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณปรางค์บ้านปรางค์จะปลูกต้นกล้วยไว้หน้าบ้าน เพราะเชื่อกันว่าการปลูกต้นกล้วยไว้หน้าบ้านจะเหมือนเป็นการให้ความเคารพแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองคนภายในบ้านไม่ให้ได้รับอันตราย
จุดประสงค์
- ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปรางค์บ้านปรางค์ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต
- ต้องการศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของปรางค์บ้านปรางค์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
- ต้องการอนุรักษ์และเผยแพร่โบราณสถานที่มีอยู่ในท้องถิ่น

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
โครงงานเรื่องปรางค์บ้านปรางค์นี้ริเริ่มจากกลุ่มของข้าพเจ้าได้มีความคิดที่อยากจะศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ จึงเกิดเป็นโครงงานวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
วิธีการดำเนินการศึกษา
1. ลงพื้นที่สำรวจแหล่งโบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์
2. ดำเนินการสอบถามข้อมูลและสัมภาษณ์บุคคลผู้รู้ภายในหมู่บ้านปรางค์และบันทึกข้อมูลที่ได้ทำการสอบถามและสัมภาษณ์ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมภาพโบราณสถาน
3. รวบรวมข้อมูลแล้วนำไปเผยแพร่ในเว็บ gotoknow.org
สรุปผลการศึกษา
ได้ทราบประวัติความเป็นมาและความสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน และ หลักฐานทางโบราณคดีของปรางค์บ้านปรางค์ และนำข้อมูลที่ได้ทราบไปเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จักและยังเป็นการช่วยให้บุคคลที่ได้รับข้อมูลเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์โบราณสถานโบราณวัตถุของชาติ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา
รู้และเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญของโบราณวัตถุ โบราณสถานในท้องถิ่น ร่วมกันอนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีในท้องถิ่น



บทสัมภาษณ์ของนายสุเวช แทนสูงเนิน

- ความเป็นมาของปรางค์บ้านปรางค์
ปรางค์กู่เป็นโบราณสถาน หินที่อยู่บริเวณปรางค์กู่เป็นโบราณวัตถุ ซึ่งโบราณสถานจะมีคูดินหล้อมลอบทั้งสี่ด้าน สามารถทำกินในพื้นดินบริเวณนั้นได้แต่ไม่สามารถออกโฉนดได้
ปรางค์บ้านปรางค์เป็นทางผ่านจากปราสาทหินพิมายไปปราสาทเมืองต่ำ โดยที่หินแต่ล่ะก้อนที่เป็นหินที่มาจากเขาที่จอดกัน ซึ่งเขานั้นอยู่ที่อำเภอโนนดินแดง อยู่ระหว่างเขาใหญ่
ปรางค์บ้านปรางค์เป็นโรงพยาบาลที่คนผ่ายไปผ่านมาได้พักรักษาหรือเรียนกว่า อโรคยาศาล หรือเรียกอีกอย่างว่า ปรางค์กู่หรือกู่ฤๅษี
หินที่อยู่รอบๆปราสาทที่เขาไม่นำก่อกันเป็นปราสาทที่เขาไม่นำมาก่อกันเป็นปราสาทให้หมด เพราะแต่ก่อนเขาก็ไม่ได้เอาขึ้นเพราะสร้างปรางค์ไม่เสร็จ ซึ่งบางคนตายไปในช่วงการก่อสร้างปรางค์ ปรางค์กู่กับปราสาทหินพิมายเป็นคู่แข่งในการสร้าง แต่ในการก่อสร้างถ้าที่ไหนสร้างเสร็จก่อนก็จะชูป้ายสีแดงขึ้นบนฟ้าเพื่อแสดงว่าสร้างเสร็จก่อนอีกฝ่ายจะได้ไม่สร้างต่อไป แต่ในครั้งนี้ปราสาทหินพิมายชูป้ายสีแดงขึ้นก่อนเพื่อแสดงว่าสร้างเสร็จแล้วจึงทำให้ปรางค์ไม่สร้างต่อ ดังนั้นหินที่กองอยู่จึงไม่มีตำแหน่งที่จะขึ้นวาง
ในปรางค์กู่จะมีพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ คือ องค์เล็ก องค์กลาง องค์ใหญ่ ซึ่งตอนนี้นำไปไว้ที่กรมศิลปากร พิมาย พระพุทธรูปของปรางค์กู่จะมีปากแดงทั้ง 3 องค์ พระพุทธรูปเป็นหินสีเขียวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังไม่เขียวถึงกับมรกต แล้วก็คอขาดทั้งสามองค์ เป็นแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่พอพบเห็นแล้วทางกรมศิลปากรก็ได้นำมาประกอบกันเพื่อให้เป็นพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ พบพระพุทธรูปอยู่ในหลุมที่มีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร โดนที่มีก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งทับปากหลุมอยู่ พอเปิดก้อนหินออกเกิดพบพระพุทธรูปทันที พบอยู่บริเวณหน้าประตูทางด้านทิศตะวันออกของปรางค์กู่ ประมาณ 9,000,000 - 10,000,000 บาท ของกรมศิลปากร พอขุดพบได้ประมาณ 20 นาที ผู้อำนวยการกรมศิลปากรก็นำกลับไปไว้ที่กรมศิลปากรที่ 12 พิมาย

- ขนาดความกว้างของพระพุทธรูปประมาณเท่าไหร่ค่ะ
องค์เล็กประมาณ 20 เซนติเมตร
องค์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร
องค์ใหญ่ประมาณ 40 เซนติเมตร

- บริเวณปรางค์บ้านปรางค์เป็นที่ดินของใครหรอค่ะ
เป็นที่ดินของประเทศ และเป็นที่ควบคุมและดูแลของกรมศิลปากร

- ไม่สามารถใส่ตงไหนได้เลยหรอค่ะ
ใช่ เพราะตำแหน่งของหินไม่มี แต่ตอนที่เขามาบูรณะ บูรณะทั้งวันได้ไม่ถึงก้อน แล้วหินแต่ละก้อนก็มีเบอร์หรือขนาดของมันเอง ในการทำความสะอาดหินในปรางค์ใช้เวลาเกือบปีก็ยังไม่เสร็จใช้
เคยมีผู้รับเหมาทำความสะอาด ซึ่งคนนั้นใช้มีดถางหญ้าใกล้ๆกับหิน แต่ความจริงแล้วห้ามเอามีมาถางหญ้าบริเวณใกล้กับหิน เพราะถ้ามีดโดนหินแตกแค่นิดเดียวก็จะทำให้หินต่อกันไม่ได้ ดังนั้นต้องค่อยๆถอนหญ้าบริเวณนั้นทีละนิด ถ้ามีฝุ่นก็ใช้แปรงปัดฝุ่นค่อยๆปัดออก จะทำความสะอาดในเวลานานก็ได้แต่ห้ามทำให้โบราณวัตถุชำรุด ถ้าหินชำรุดก็จะไม่สามารถต่อกันได้อีก

- ตาไปดูแลปรางค์ยังไงค่ะ แล้วปกติตาไปดูแลปรางค์ยังไงและเวลาไหนค่ะ
คณะ อสมส. จะไปดูแลเป็นประจำ ตาก็จะไปดูแลทุกวัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับปรางค์กู่เช่นมีคนบุกรุกเพื่อหาโบราณวัตถุ ตาก็จะไปบอกเขาดีๆถ้าเขาไม่ฟังก็แจ้งตำรวจและแจ้งกรมศิลปากร

- ใช้งบประมาณในการบูรณะปรางค์ประมาณเท่าไหร่ค่ะ
งบประมาณในการทำความสะอาดปรางค์ 3,000,000 บาท งบประมาณในการลิ้อปรางค์ 2,000,000 บาท รวมเป็น 5,000,000 บาท


บุคคลสำคัญในบ้านปรางค์


ชื่อ นายสุเวช แทนสูงเนิน
เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2482
ที่อยู่ปัจจุบัน 103 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

.....................................................................................................

ชื่อ นายพรมมา ปักอินทรีย์
เกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485
ที่อยู่ 1 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

.................................................................................................


ชื่อ นายพัด บุญอิสระเสรี
เกิดวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2479
ที่อยู่ 102 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

.....................................................................................................

ชื่อ นายแบน แทนสูงเนิน
เกิดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485
ที่อยู่ 99 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

.....................................................................................................

ชื่อ นายปรีชา ดุลกลาง
เกิดวันที่ 26 มีถุนายน พ.ศ. 2483
ที่อยู่ 105 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

....................................................................................................

ชื่อ นายบุญมา ผ่องแผ้ว
เกิดวันที่ พ.ศ. 2498
ที่อยู่ 115 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อ นายโหน จันดี
เกิดวันที่ พ.ศ. 2495
ที่อยู่ 104 หมู่ที่ 11 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
........................................................................................................